สูตรคำนวณ
สูตรที่ใช้ในหลักเกณฑ์ พร้อมนิยามตัวแปรทุกตัวและตัวอย่างแทนค่า
35 รายการ
Factor F กรณีเงินกู้ + เงินงบประมาณสมทบ: F = F_เงินกู้ × สัดส่วนเงินกู้ + F_งบประมาณ × สัดส่วนงบประมาณเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่าง 'รวมในรูป Factor' (ส่วนเงินกู้ไม่เสีย VAT) กับ 'Factor F' (ส่วนงบประมาณ) ตามสัดส่วนแหล่งเงินประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดFactor F กรณีเงินกู้ต่างประเทศไม่ต้องชำระ VAT 100%: พื้นที่ปกติใช้ช่อง 'รวมในรูป Factor' · พื้นที่ฝนตกชุกใช้ F ฝนชุก ÷ (1 + VAT)เงินกู้/เงินช่วยเหลือต่างประเทศตาม ม.80/1(4) ประมวลรัษฎากร (VAT 0%): ถ้าพื้นที่ปกติใช้คอลัมน์ 'รวมในรูป Factor' ตรง ๆ; ถ้าพื้นที่ฝนชุก (งานทาง) ให้เอา Factor F ฝนชุก 1/2 หารด้วย (1 + VAT)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดค่าขนส่งวัสดุก่อสร้าง — ตัวคูณ F = D/L ตามสภาพถนนระยะทางเทียบเท่า D = Σ(ระยะจริงแต่ละช่วง × ตัวแปรสภาพถนน) ; F = D ÷ L (L = ระยะทางตรงจากแหล่งวัสดุถึงกึ่งกลางหน้างาน) ; ค่าขนส่ง = F × ค่าขนส่งมาตรฐานจากตารางที่ระยะ Lประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าครอบครองเครื่องจักร (Ownership Cost) — โครงสร้างสูตรค่าครอบครอง = ค่าลงทุนเครื่องจักร (Investment Cost) + ค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร (Depreciation Cost) เป็นครึ่งแรกของต้นทุนเครื่องจักรต่อชั่วโมง ก่อนบวกค่าใช้จ่ายเดินเครื่องประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่างานต้นทุนต่อหน่วย → ราคากลาง: × FACTOR Fค่างานต้นทุนต่อหน่วย = ค่าดำเนินการ + ค่าเสื่อมราคา (+ ค่าวัสดุ + ค่าขนส่ง × ส่วนขยาย/ยุบตัว ถ้ามี) แล้วคูณ Factor F เป็นค่างานที่ใช้ในราคากลางประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่างานรวมเครื่องจักร บาท/ชม. → ค่างานต่อหน่วย (บาท/ลบ.ม.)ค่างานรวม (บาท/ชม.) = ค่าครอบครอง + ค่าใช้จ่ายเครื่องจักร แล้วหารด้วยอัตราการทำงานของเครื่องจักร (ผลผลิต/ชม.) ได้ค่างานต้นทุนต่อหน่วยประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าซ่อมแซมเครื่องจักร — (Repair Factor ÷ 1,000) × ราคาเครื่องจักรค่าบำรุงรักษาและซ่อมแซม บาท/ชม. = (R/1,000) × P ตามที่ตารางเครื่องจักรหน้า -8- ใช้จริงทุกรายการ (เอกสารยังเขียนอีกรูปว่า R × ค่าเสื่อมราคา)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าน้ำมันหล่อลื่นและไส้กรอง — 0.15 × ค่าเชื้อเพลิง (หรือ 0.002HP + 0.038C)ค่าน้ำมันหล่อลื่น+ไส้กรอง คิดอย่างง่าย = 15% ของค่าเชื้อเพลิง (ตารางเครื่องจักรใช้วิธีนี้) หรือสูตรละเอียด 0.002×HP + 0.038×C บาท/ชม. โดย C = ความจุอ่างน้ำมันเครื่อง (ลิตร)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าบำรุงรักษาเครื่องจักร — 0.05–0.20 บาท/แรงม้า/ชม.ค่าบำรุงรักษาประจำคิดตามแรงม้า 0.05–0.20 บาท/HP/ชม. ขึ้นกับชนิดและขนาดเครื่องจักร (ราคาปี 2550)ควรตรวจกับต้นฉบับมีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่ายางและอะไหล่สึกหรอ — ราคายาง 1 ชุด ÷ อายุยาง (ชม.)ค่ายาง/อะไหล่สึกหรอเร็ว บาท/ชม. = ราคายางหรืออะไหล่หนึ่งชุด ÷ อายุการใช้งาน (ชม.) คิดเฉพาะเครื่องจักรล้อยางหรือมีอะไหล่สึกหรอเร็ว (ใบมีด, ใบเลื่อย)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าลงทุนเครื่องจักร (Investment Cost) — สูตร 0.08 × Pavค่าดอกเบี้ยเงินกู้ 7% + ค่าประกันภัย 1% ต่อปี คิดบนมูลค่าเฉลี่ยของเครื่องจักร แล้วหารชั่วโมงทำงานต่อปีเป็น บาท/ชม.ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าเสื่อมราคาพื้นที่ฝนตกชุก — ตัวคูณ 1.251.25เท่าในพื้นที่ฝนตกชุก เครื่องจักรทำงานได้ 226 วัน/ปี แทน 286 วัน/ปี (ฝนตกนานกว่า 2 เดือน) อัตราส่วน 286/226 = 1.27 ปัดใช้จริงเป็นค่าเสื่อมราคา × 1.25ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร (Depreciation) — เส้นตรง 0.9P/Nค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง หักมูลค่าซาก 10% แล้วเฉลี่ยตามอายุใช้งาน แปลงเป็น บาท/ชม. ด้วยชั่วโมงทำงานต่อปีประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมค่าใช้จ่ายเครื่องจักร (Operating Cost) — 5 รายการที่ต้องคิดค่าใช้จ่ายเดินเครื่องจักรประกอบด้วย 5 รายการ: ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง, ค่าน้ำมันหล่อลื่น+ไส้กรอง, ค่าบำรุงรักษา+ซ่อมแซม, ค่ายาง/อะไหล่สึกหรอ (ถ้ามี), ค่าแรงพนักงานขับประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมมูลค่าเฉลี่ยของเครื่องจักร (Pav) — สูตรมูลค่าเฉลี่ยตลอดอายุใช้งาน ใช้เป็นฐานคิดดอกเบี้ยและประกันภัยในค่าลงทุนเครื่องจักรประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมสูตรความลึกวิกฤติเข็มพืด (Sheet Pile): Hc = 4·Su / (γ·F.S.) โดย γ = 1.5 ตัน/ลบ.ม., F.S. = 1 — เกณฑ์ตัดสินว่างานขุดต้องใช้เข็มพืดความลึกวิกฤติ Hc ตามชนิดดิน: ดินอ่อนมาก (Su < 1.25) Hc ≈ 1.67 ม. → ขุดลึก > 1.70 ม. ต้องใช้เข็มพืด · ดินอ่อน (Su 1.25–1.99) Hc ≈ 4.33 ม. → > 4.30 ม. · ดินแข็ง (Su ≥ 2) Hc ≈ 5.33 ม. → > 5.00 ม. · กรณีมีดินถมเพิ่ม ให้รวมความสูงดินถมใน Hc ด้วยประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมสูตรค่าขนส่งกรณีทางไม่ปกติ: ตัวแปรค่าขนส่ง F = D / L (ระยะทางเทียบเท่า)เมื่อเส้นทางขนส่งมีทางลูกรัง ลูกเนิน หรือภูเขา ให้แปลงเป็นระยะทางเทียบเท่า D = Σ(ระยะแต่ละสภาพผิว × ตัวแปรสภาพผิวทาง) แล้วหา F = D/L · ค่าขนส่งที่ใช้จริง = F × ค่าขนส่งจากตารางที่ระยะทาง Lประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดสูตรค่างานต้นทุนต่อหน่วย (โครงสร้างทั่วไปของ C-11): (วัสดุ + ขนส่ง) × สัมประสิทธิ์ยุบ/ขยาย + ค่าดำเนินการ-ค่าเสื่อม (ว475) + ค่าแรง (ว480) + ค่าติดตั้งโรงงานโครงสร้างสูตรที่พบซ้ำตลอด C-11: ค่างานต้นทุนต่อหน่วย = [(ค่าวัสดุจากแหล่ง + ค่าขนส่ง) × สัมประสิทธิ์ส่วนยุบตัว/ขยายตัว] + ค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักร (ว475) + ค่าแรงงาน (ว480 หรือประเมิน) + ค่าเฉลี่ยติดตั้งโรงงาน/ขนส่งอุปกรณ์ (ถ้ามี)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ทางสะพานท่อเหลี่ยมสูตรค่างานต้นทุนต่อหน่วย = ค่าวัสดุ + ค่าขนส่งวัสดุ + ค่าแรงงาน + ค่าดำเนินการและค่าเสื่อมราคาเครื่องจักรโครงสร้างค่างานต้นทุน (Direct Cost) ต่อ 1 หน่วยงาน ประกอบขึ้นจาก 4 องค์ประกอบ — ใช้สร้างอัตราค่างานใหม่เองเมื่อไม่มีอัตราสำเร็จรูปในหลักเกณฑ์ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดสูตรค่าดอกเบี้ยใน Factor F: I = i/12 × [ r/100 + (T+D−1)×a/100 − (a+r)/100 × (T+1)/2 − (D−1) ]สูตรคำนวณดอกเบี้ยรวมทั้งโครงการ (หมวดที่ 2 ของ Indirect Cost) ที่กรมบัญชีกลางใช้สร้างตาราง Factor F ทั้งงานทางและงานสะพานประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ทุกหมวดสูตรค่าเครื่องจักรต่อหน่วย = (ค่าครอบครอง + ค่าดำเนินการ บาท/ชม.) ÷ อัตราการผลิต (หน่วย/ชม.)เมื่อไม่มีอัตราสำเร็จรูปใน ว475 ให้สร้างค่าเครื่องจักรต่อหน่วยจากค่าใช้จ่ายรายชั่วโมง (Ownership + Operating Cost) หารด้วยอัตราการผลิตของเครื่องจักร — สูตรเต็มและอัตราการผลิตอยู่ใน P3 และฐานข้อมูลเครื่องจักร (Operating Cost 2550)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดสูตรราคากลาง = Σ(ปริมาณงาน × ค่างานต้นทุนต่อหน่วย) × Factor Fราคากลางงานก่อสร้าง = ค่างานต้นทุนรวมทั้งโครงการ (ผลรวมของปริมาณงานแต่ละรายการ × ค่างานต้นทุนต่อหน่วย) คูณด้วย Factor F ที่เลือกตามกลุ่มงาน/ตาราง/วงเงิน/คอลัมน์ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดสูตรเทียบบัญญัติไตรยางศ์ Factor F เมื่อค่างานต้นทุนอยู่ระหว่างช่วง: F = D − {(D − E)(A − B) / (C − B)}หมายเหตุท้ายตาราง Factor F ทุกฉบับกำหนดให้ 'เทียบอัตราส่วน' เมื่อค่างานอยู่ระหว่างช่วง — เป็น linear interpolation ระหว่างแถวล่าง (B, D) และแถวบน (C, E) ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่งประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวดสูตรเทียบบัญญัติไตรยางศ์หาค่า Factor F (Linear Interpolation): F(A) = D − (D−E) × (A−B) / (C−B)เมื่อค่างานต้นทุน A อยู่ระหว่างช่วงในตาราง ให้เทียบสัดส่วนเชิงเส้นระหว่างค่า F ที่ขอบล่าง (B→D) และขอบบน (C→E) — ใช้ทศนิยม 4 ตำแหน่งประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ทุกหมวดสูตรแม่การคำนวณราคากลางงานทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม (ค่างานต้นทุน → Factor F → ราคากลาง + ค่าใช้จ่ายพิเศษ)ลำดับการคำนวณ 6 ขั้น: ค่างานต้นทุนรายการ = ต้นทุนต่อหน่วย × ปริมาณ → รวมทั้งโครงการ (ล้านบาท) → เทียบ F จาก 2 ตาราง (งานทาง / งานสะพานฯ) → ราคากลางต่อหน่วย = ต้นทุนต่อหน่วย × F ของกลุ่มงาน → ราคากลางรายการ → รวม + ค่าครุภัณฑ์จัดซื้อ + ค่าใช้จ่ายพิเศษตามข้อกำหนด (2 รายการหลังไม่คูณ F)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมสูตรแม่ราคากลางงานก่อสร้างชลประทาน (Σ ค่างานต้นทุน × ปริมาณ × Factor F + ครุภัณฑ์ + ค่าใช้จ่ายพิเศษ)โครงสร้างการรวมราคากลางงานชลประทาน: ค่างานต้นทุนต่อหน่วยแต่ละรายการคูณปริมาณงานและ Factor F ของกลุ่มงานนั้น แล้วบวกค่าครุภัณฑ์จัดซื้อและค่าใช้จ่ายพิเศษซึ่งไม่คูณ Factor Fประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ชลประทานสูตรแม่แบบงานขุด/ระเบิด/รื้อถอน: ค่าขุด + (ค่าดันตัก + ค่าขนส่ง) × ส่วนขยายตัวแม่แบบค่างานต้นทุนต่อหน่วยของงานขุดทุกชนิด — ค่าขุดคิดต่อ ลบ.ม.ปกติ ส่วนค่าดันตักและขนส่งคิดต่อ ลบ.ม.หลวม จึงต้องคูณส่วนขยายตัวประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ชลประทานสูตรแม่แบบงานถมบดอัดแน่น: (ค่าจัดหาดิน × ค่ายุบตัว) + ค่าบดอัดแม่แบบค่างานต้นทุนต่อหน่วยของงานถมทุกชนิด — ค่าจัดหาวัสดุคิดต่อ ลบ.ม.หลวม ต้องคูณค่ายุบตัวให้เป็น ลบ.ม.แน่น แล้วบวกค่าบดอัดประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ชลประทานองค์ประกอบค่างานเสาเข็มหล่อ 1 ต้น (สูตร Bearing Unit): คอนกรีต + เหล็ก + ลวดผูก + ลวดอัดแรง + ค่าดึงลวด + ไม้แบบ (2)×0.33 + แผ่นเหล็กหัวเสา + แนวเชื่อม + ขนส่ง + ค่าตอกสูตรค่างานต้นทุนเสาเข็ม 1 ต้น ตาม C-11 ข้อ 5.1(4) (Bearing Unit with R.C. Wall) — เป็น checklist ครบชุดของรายการที่ต้องคิดประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังสะพานอัตราการทำงานรถขุด/รถตัก (Excavator/Loader Production) — 3,600 × Bucket × Fill Factor ÷ Cycle Timeผลผลิตต่อชั่วโมงของรถขุด/รถตัก = 3,600 × ความจุบุ้งกี๋ × Bucket Fill Factor ÷ รอบเวลาทำงาน (วินาที)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ทางสะพานท่อเหลี่ยมอัตราการทำงานรถบดอัด (Roller Production) — (W × S × L) ÷ P × Efficiencyปริมาณงานบดอัดต่อชั่วโมง = ความกว้างบด × ความเร็ว × ความหนาชั้น ÷ จำนวนเที่ยว × ประสิทธิภาพประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ทางสะพานท่อเหลี่ยมอัตราการทำงานรถแทรกเตอร์ไถดัน (Dozer Production Rate) — สูตรตัวคูณ 5 ตัวผลงานสุทธิ ลบ.ม.หลวม/ชม. = ปริมาณจากกราฟผู้ผลิต × ตัวแปรฝีมือพนักงาน × ตัวแปรชนิดวัสดุ × ตัวแปรวิธีดัน × ตัวแปรเวลาทำงาน/ชม. × ตัวแปรระบบส่งกำลัง แล้วหาร 1.25 เป็นปริมาตรดินแน่น (Bank)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์ทางสะพานท่อเหลี่ยมอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง — ดีเซล 0.10 / เบนซิน 0.15 ลิตร/ชม./แรงม้าอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่อแรงม้า: ดีเซล 0.10 ลิตร/ชม./HP, เบนซิน 0.15 ลิตร/ชม./HP นำไปคูณราคาน้ำมันเป็นค่าเชื้อเพลิง บาท/ชม.ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแบบ Fuel Factor — 0.22 × HP × FFสูตรทางเลือก: อัตราสิ้นเปลือง = 0.22 ลิตร/ชม./HP × สัมประสิทธิ์เชื้อเพลิง (Fuel Factor 0.5–0.9 ตามสภาพงานและขนาดเครื่อง) ตารางต้นฉบับใช้กับ Dozer D9/D8 งาน Ripper (FF = 0.80)ประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทางสะพานท่อเหลี่ยมเงินกู้บางส่วน + งบประมาณสมทบ: Factor F เฉลี่ยตามสัดส่วนแหล่งเงินเมื่อโครงการใช้เงินกู้ (ไม่เสีย VAT) บางส่วนและงบประมาณ (เสีย VAT) บางส่วน ให้ถ่วงน้ำหนัก: F = F(รวมในรูป Factor) × สัดส่วนเงินกู้ + F(Factor F) × สัดส่วนงบประมาณประกาศไว้ในหลักเกณฑ์มีข้อควรระวังทุกหมวด